myself

ตัวของเรา : ของของเรา

สวัสดีครับท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชม และท่านที่สนใจ บทความนี้ เป็นเรื่องเกี่ยว ศรัทธาความเชื่อ คำสอนทางพุทธ บอกตรงๆครับ ผมไม่มีความรู้เร่ืองนี้เลย ถึงแม้นจะไปวัดสวดมนต์ ผมยังหาคำแปลไม่ได้ ต้องอ่านหนังสือธรรมะ ในใจเชื่อในความดีครับ เพราะทำอะไรที่ดีๆแล้ว ส่งผลเดี๋ยวนั้น ไม่ต้องกังวล คิดให้มากเลย เพราะดีเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แม้นทำผิด รับความผิดชะ และแก้ไขมันเดี๋ยวนั้น ก็เป็นความ.. ที่ดีขึ้น ไม่ต้องขุ่นมัว ในเรื่องที่เกิดในความผิดนั้น สรุปต้องไม่มกเม็ด ให้มันงอก แตกหน่องอกงามต่อไป หากเลี่ยงได้ ก็เลี่ยงไป ไม่ข้องแวะ ก็ประมาณนี้ครับ.
ขอยกตอนหนึ่งที่ ในหนังสือ "ฟ้าสางทางคณะสงฆ์" ของท่านพุทธทาส มาให้อ่าน คิดว่า เรา หรือสังคมเรา ถึงเป็น และอยู่ และเหมือนเป็นปัญหา ยากที่จะแก้ และมันเริ่มเป็น และทวีความงอกงามจากอะไร.? และใคร.? ตัดตอนเลยครับ
"เดี๋ยวนี้เรากำลังมีปัญหาที่ว่า ตัวกู-ของกู มันกำลังจัดมาก, เป็นไปรุนแรงมาก; มันจึงเป็นไปเหมือนกับว่าเป็นยักษ์ เป็นมาร ขบ กัด เคี้ยว กิน จิตใจมนุษย์อยู่ "
ตัดมาตอนหนึ่งเป็น การปลูกต้นของสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง แล้ว "ตัวกู ของกู" เมื่อปลูกหยั้งรากลงแล้ว มันเติบใหญอย่างไร.? (ให้ท่านลอง อ่านและคิดถึง ห่วงโซ่ ของการเดิบโต ของเจ้าตัวนี้.)

ความเติบโต ของ ตัวกู-ของกู

ตามบาลี ที่พระพุทธเจ้าตัดไว้ว่า :
เด็กนั้นต้องโตพอสมควร; ไม่ได้ระบุ กี่ปี กี่เดือน แต่..มันต้องโตพอสมควร ที่จะรู้เรื่องของเวทนา ที่เป็นสุข เอร็ดอร่อย ถูกอกถูกใจ ชึ่งเป็นเวทนาฝ่ายสุขใจ, ส่วนเวทนาที่เป็นทุกข์ เด็กต้องรู้จักสังเกตุว่า เป็นทุกข์ เจ็บปวด ไม่ชอบ; สองสิ่งนี้เป็นหลักสำคัญก่อน: คือความพอใจ และความไม่พอใจ. พอเขาได้รับความพอใจ สบายทีหนึ่ง เขาก็มีความรู้สึกเกิดขึ้น เป็นความเห็นแก่ตัวนิดหนึ่ง ๆ ที่จะเอา ที่จะได้ หรือจะไม่เอา; เมื่อเอาไม่ได้ก็โกรธ, รู้สึกโกรธ, โกรธเป็นขึ้นมา; ไม่เท่าไร ในไม่กี่เดือน กี่ปี ก็เก่งในการที่จะรู้สึก ยึดมั่นถือมั่น เป็นตัวกู เป็นของกูอย่างนั้นอย่างนี้.

การเพาะพันธ์ุ ที่เรียกว่ากิเลส

ฝ่ายข้างเคียงนับตั้งแต่ บิดามารดา ก็ได้สอนให้พูดจา ยึดถือความหมาย อย่างนั้น อย่างนี้; ที่ไม่เคยกลัว ก็พูดไปจนเกิดความเข้าใจผิด จนเกิดกลัว, กลัวผี กลัวอะไรต่างๆ; มันขยายออกไปทุกด้าน ที่จะเป็นตัวกู สำหรับรัก สำหรับโกรธ สำหรับเกลียด สำหรับกลัว สำหรับอิจฉาริษยานานาชนิด ที่เรียกว่ากิเลส.
นี่เป็นการเพาะพันธ์ุ หรือว่า ขยายเพาะหว่าน ตัวกู ของกู ให้มันงอกงามมากขึ้นๆ; ไม่ต้องถึงกับ มาเป็นคนโตๆ อย่างที่นั่งอยู่ที่นี้, เพียงแค่เด็กอายุ 10 ขวบเท่านั้น ก็ทำอะไรได้มาก หรือเกือบจะครบแล้ว ในเรื่องที่เกี่ยวกับ กิเลสที่มันงอกงามออกมา.
กล่าวได้ว่าเรามีความรู้สึกเป็นตัวกู ของกู งอกงามขึ้นมาเรื่อย, ไม่ต้องเชื่อใคร ไม่ต้องถือตามตัวหนังสือที่ไหน; ให้ถือเอาความรู้สึกของตัวเองที่แท้จริง นั่นแหละ ที่มาเรื่อยๆนั้นแหละ; ก็พอจะนึกได้ว่า เมื่อเล็กๆ เราเป็นอย่างไร; หรือว่าเราแอบไปดูเด็กๆ ว่าเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกอย่างไร, เราเมื่อเล็กๆ ก็เป็นอย่างนั้เหมือนกัน.
ธรรมปาฎิโมกข์ ปริทรรศน์
เอาละครับ ขอแค่นี้ครับ ส่วนแนวทางบรรเทา ตัวกู ของกู นั้นก็ขอท่านหาหนังสือ "ฟ้าสางทางคณะสงฆ์" ของท่านพุทธทาส ตามมาเก็ตบุ๊ค ตามห้าง ร้านดูครับ การฟังเพียงครังไม่พอ และดูเพียงครั้งก็ไม่พออีกเช่นกัน มันต้องเป็นหนังสือ อ่าน หยุด ไม่พอ ตามชอบครับ