หลังหมดฤดูหนาว ของแต่ละปีผมเองไม่ค่อยออกท่องเที่ยวเท่าไหร่ อันเนื่องจากอากาศที่ร้อน กลางวันถึงขั้นร้อนมากๆ เปิดแอร์รถแถบไม่เย็นเอาเสียเลย จึงไม่มีโปรแกรมในแต่ละปีช่วงแบบนี้ไปเที่ยวเลย
ช่วงปลายฤดูหนาว
ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเดินทาง ไปตามแนวตะเข็บชายแดน แถบแม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน ทางจากแม่สะเรียง สบเมย เรื่อยไป ถึงด่านแม่เงา สบเมย ป่าช่วงนั้นปลายหนาวน้ำลำธารใส ไหลสวยอยู่ ถนนยังใช้ได้ดี เป็นหน้าฝนลำบากหน่อย ถนนขรุขระ รถราวิ่งน้อย อีกอย่างชิดตะเข็บที่มีเรื่องเล่า กับสิ่งที่มีปัญหาตามแนวชายแดน เราเดินทางไม่นานมาก ถนนกำลังก่อสร้างจากท่าสองยางขึ้นมา บ้างก็แล้วเสร็จเป็นช่วงๆ ชมป่าเขา ป่าก็ชุ่มชื่นน่ามอง จรดท่าสองยาง แม่ระมาด จนถึงแม่สอดก่อนนั้นไม่กี่วันที่จะมา ตามแนวตะเข็บนี้ เป็นครั้งที่สอง ผมได้ไปไร่กาแฟแจ้ซ้อน ที่บ้านแม่แจ๋ม ที่เทพเสด็จ จรดเขตติดต่อระหว่างดอยสะเก็ด กับกิ่งอำเภอเมืองปาน ป่าแม้มีไร่กาแฟแต่ป่ายังสมบูรณ์ ป่าถนนหนทางคล้ายๆ เวียงป่าเป้า ทะลุไปอำเภอพร้าว ใบไม้ร่วงบ้างดูแห้งไฟป่ามีบ้างเป็นย่อม อากาศขุ่นมัวพอประมาณ กลางผืนป่าแถวเทพเสด็จเย็นมาก ป่าสมบูณณ์ ถึงดอยสะเก็ดป่าที่มีน้อยอยู่แล้ว ก็คงมีเหลือไม่มาก ในอานาคต ผมหยุดแวะนอนค้างแรมที่บริเวณเขื่อนแม่กวง ยามเย็นโพเพ้บนสันเขื่อน เห็นชัดมาก ไฟป่าที่ไหม้ขึ้นเขา รอบสันเขื่อนหลายที่ อย่างไม่ปราณี
ถนนตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า
ช่วงหน้าร้อนมีนาคม ผมมีโอกาสไปงานบุญ ใช้ถนนตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ดูบัญญากาศแถบตะเข็บอีกครั้ง ห่างกันไม่นานราวเดือนกว่าๆ จากคร้ังที่ไปในครั้งก่อน เนื่องจากฝนฟ้าไม่ตก จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของป่า มันเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ ตลอดเส้นทาง ตกใจกับป่าไม้ ที่ถูกระทำอย่างไม่ปราณี การเผ่าป่าเป็นเรื่องปกติ โอกาศที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงยาก จึงมีหมอกควัน ป่าไม้หักถูกเผาระนาดดูสงสารยิ่งนัก ถึงกับขับรถช้าๆดูด้วยความขุ่นมัวในอารมณ์ ผมเป็นคนรักป่าเห็นแบบนี้น้ำตาจะไหล บอกไม่ถูก คลาดการณ์ว่าพอถนนตามแนวตะเข็บ เดินสะดวก โอกาสจะฟื้นป่าแถบนี้นคงบางเบาแทบหมดอยู่กินกับป่าแต่ ดูเหมือนไม่ใส่ใจป่า
สังเกตจากการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย บ้านจะอยู่เรียงกัน แต่รอบบริเวณไม่มีต้นไม้สักต้น ตัดโค่นล้มหมด ที่เข้าใจอาจกลัวไฟป่ากะมังถึงทำที่อยู่กันแบบน้ัน ทำให้แถบนั้นร้อนตามไปด้วยเลย แม้แต่วัด ของพวกเขายังไม่ใส่ใจต้นไม้ด้วย เอาละครับพูดไปไม่เห็นภาพ( พอสังเขปครับ หลายมนุษย์ก็หลายรูปแบบหากิน ชีวิตมันต้องพาด้วยตัวมันเอง มองไม่พ้นปากท้องมันก็มองไกล้ แบบวันตามวันพอได้กิน)
ที่สังเกตใช้ประโยชน์จากป่ามีหลายแบบๆ ไม่มองอนาคตลูกหลาน เผาจากยอดเขาลงมาวอดวายถาวร-อีแบบเผาแนวหุบเขาพอใช้ประโยชน์เหลือส่วนสันเขา และยอดเขาให้คงความสมบูรณ์ ปล่อยปุ๋ยหมักจากใบไม้ น้ำเพื่อให้มีความชื้น ความเย็นใว้กับการเพาะปลูก ทุกวันนี้ไม่รู้ว่ามนุษย์กลุ่มไหนกลุ่มแรก มนุษย์เผ่ากลุ่มไหนกลุ่มสอง แบบสามชอบนำมาทำอื่นๆ เพื่อประดับใช้ส้อย หรือสร้างบ้านเรือน











