Diabetes mellitus ( เบาหวาน )
เบานะดี
แต่..เบาอย่างนี้ไม่ดีแน่..เบาและหนักถ้าแบกหาม ความรู้สึกต่างกัน ใครก็ต้องเลือกที่เบาๆ แต่ถ้าเบาแบบนี้มันหนักหนา มันเป็นกันทั่วบ้านทั่วเมือง ไม่เว้น เด็กที่อายุไม่ถึง 20 ก็กลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงไม่ว่าผอมหรืออ้วน เป็นวาระแห่งชาติที่ถูกเลียวมอง ผู้เขียนมีโอกาสไปแถวโรงพยาบาลใกล้บ้าน มักแปลกใจเสมอ ช่วงเช้ายันสาย จะมีผู้คนมาคอยรับคิวตรวจ เป็นกันมากไม่เลือกวัยจริงๆครับ
เบาๆ แต่เป็นเอามาก
ความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ อันส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน โรคนี้มีความรุนแรงสืบเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม - โรคเบาหวาน เมื่อก่อนเราอาจจะคิดว่า เป็นโดยกรรมพันธุ์ ที่พ่อแม่หรือปู่ ย่าตาทวดเป็นกัน และเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่นั่นมันบัดโน้นครับ แต่..บัด..Now บัดเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ละครับ เราท่านคือกลุ่มที่เสี่ยงพอๆกัน มันเป็นกันง่ายๆ ง่ายกว่า Aids แล้วกะมังครับ คนที่เป็นเบาหวาน 1 คน ยาแต่ละเดือนที่กินควบคุม และข้างเคียงของโรคเบาหวาน เป็นกะบุงครับ อย่าเล่นไป (คนใกล้ตัวผู้เขียน) ผู้เขียนก็คือกลุ่มเสี่ยงมากๆในกลุ่มนั้น เพราะบรรพบุรุษเป็นกัน ...เบาหวานสมัยนี้ ..มากับอาหารการกินครับท่าน ยิ่งตอนนี้คนที่บ้านชอบ ไม่ทำกับข้าว ซื้อเขากินตลอด ก็เพิ่มความเสี่ยงหนักเข้าไปอีก คิดดูท่านน้ำพริกยังใส่น้ำตาล หวานจนลืมรสชาด คุณยายไปเลย....เพิ่มเติม..ชนิดและสาเหตุ เบาหวาน..วิกิพีเดีย
แล้วจะทำอย่างไร..?
( เป็นความเห็นของผู้เขียน น้อมรับความผิดคนเดียวครับ.. ) มีสองวิธี ที่จะพอให้เราตะหนัก ถึงภัยที่จะเกิดกับสุขภาพ ของเราในอนาคตได้ครับวิธีที่ หนึ่ง ท่านต้องตะหนักการบริโภค สักนิดหนึ่ง จะดื่มจะกินอะไรก็ ต้อง ระวัง..! อาหารการกินบ้านเรามันหวานนำ เป็นอันดับต้นๆ ถ้าดีก็หันมาทำเอง บริโภค พืชผักกัน แต่ก็ต้องดูอีกครับ เรื่องสารเคมี อีก..คิดมากปวดหัวพอดู..
วิธีที่ สอง ออกกฎหมาย ให้เขียน คำเตือน..! ข้างกล่อง ข้างซองเหมือนบุหรี่ ให้ตะหนัก อย่างน้อยก็ทำให้ซุกคิดมานิด ก็ยังดีไม่ทำอะไร ว่าน้ำตาลเท่าไหร่ บริโภคแล้วอาจทำให้ ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ..ตัวหนังเด่นชัดๆหน่อย จะได้อ่านกันออก ถ้าให้ดีเขียนเป็นบทความให้ความรู้ไปเลย ซองนี้เรื่องโรค ..ซองนี้ อาหารที่จะก่อเกิดความเสี่ยงของโรคๆ ยี่ห้อโรค ..ซองนี้การดูแลป้องกันโรค การเกิดโรค ..ซองนี้ อาการของมันถ้าเป็นแล้วรักษาและทำไง ก็ว่ากันไป หลายเวอรชั่นโรค ...โรคอื่นก็ได้ กล้าหรือเปล่าละท่านผู้ประกอบการ.. ( ถ้ากล้าทำตัวหนังสือมันใหญ่ใหญ่หน่อยชาวบ้าเขาถึงจะอ่านและได้ความรู้ไป ตาคนวัยนี้ ไม่ค่อยดีกันหรอก กินไปตะหนักไป ได้ความรู้ไปสอนลูกหลานได้ด้วย.. ) รัฐก็ลดภาษี ให้เครดิตเป็นรางวัลเลย ที่ช่วยทางอ้อม ประสพผลแล้วรัฐก็ประหยัดงบ ประมาณด้านสุขภาพ ( ปี 2550 พบผู้ป่วยเบาหวานแล้วถึง 246 ล้านคน โดยผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลก 4 ใน 5 เป็นชาวเอเชีย ) แล้วนี่ ปี 54 + ...?











